ขอความกรุณาอ่านให้จบนะครับ เรื่องนี้มีอยู่ 2 ภาค  เรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวผมเองเมื่อ 2 ปี (ต้นปี 2549) ก่อน ผมกับแฟนไปเที่ยวที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านรังสิต เพื่อไปดูหนังครับ ผมอยู่ที่นี่เกือบ 10 ปี แล้ว ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ (กับตัวเอง) มาก่อน ผมกับแฟนขึ้น (ขึ้นนะครับไม่ใช่ลง) บันไดเลื่อนครับ ยืนขั้นเดียวกัน ยืนติดกัน ผมยืนทางด้านซ้ายมือ ส่วนเธอก็ต้องยืนทางขวามือ หลังจากที่ขึ้นบันไดเลื่อนมาได้เดี๋ยวเดียว (ประมาณกลาง ๆ เลย) ผมรู้สึกว่ากลุ่มคนที่ขึ้นบันไดยืนขั้นต่อจากเรา มันขยุกยุกยิกยังไงพิกล ผมหันหลังไปมองพวกเขา พบชายหญิงยืนคู่กันเหมือนกับเราเลย ผมสบตากับผู้ชายคนนั้นสักครู่ เขาพยายามหลบตาครับ (ตอนแรกก็สงสัยว่ามันเป็นเกย์ เห็นมีพิรุจไงก็ไม่รู้) แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรกับพวกเขาหรอก (เพราะฟันธงว่ามันเป็นเกย์) พอขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง แฟนผมจะหยิบโทรศัพท์มือถือ (Nokia 3250) ออกจากกระเป๋าสะพายของเธอ........... น่าแปลกใจที่กระเป๋าของเธอถูกรูดซิปเปิดออกจนเกือบหมด ในกระเป๋านั้นไม่พบโทรศัพท์มือถือ มือถือหายไป....... โชคดีที่กระเป๋าสตางค์ของเธอที่ถูกเก็บไว้ในช่องปิดด้วยซิปซึ่งอยู่ด้านในสุดของกระเป๋า มันยังอยู่
แว่บหนึ่งในหัวผมครับ ผมทบทวนเรื่องชายหญิงคู่ที่ยืนอยู่ด้านหลังในขั้นติดกันของเรา
(มันไม่ใช่ "เกย์" นี่หว่า มันเป็น "โจร" ครับพี่น้อง)
ข้างหลังของพวกเขายังมีผู้ชายอีก 2 คน ซึ่งยืนต่อกันจากชายหญิงคู่นั้น ยืนต่อกัน.......... (ทำไม) ใช่ครับ ไม่ผู้ชาย ก็ผู้หญิง ที่ยืนต่อจากเราน่ะแหละที่เป็นคนกระทำการ "จิ๊ก" ตรงนี้พวกเขารอบคอบมาก.. หลังจากที่ "ฉก" โทรศัพท์ หรือกระเป๋าตังค์ของเหยื่อมาได้ พวกเขาก็จะส่งต่อให้กับคนที่ยืนติดกันต่อไป ซึ่งแน่นอน หากผมระแคะระคาย ถามเขา หรือโวยวาย กระโตกกระตากไป ผมต้องหน้าแตกแน่นอน เพราะโทรศัพท์ไม่ได้อยู่ที่พวกเขา แต่ไปอยู่ที่ผู้ชาย 2 คน สุดท้ายนู่น และก็ตามแผนครับ พวกเขาย่อมทำเป็นไม่รู้จักกัน และผมก็ต้องขายขี้หน้าไปอย่างแน่นอน
ไม่เป็นไรครับ เสียแล้วเสียไป แฟนผมเดินร้องไห้ เกือบชั่วโมง ในขณะที่สายตาผมก็พยายามสอดส่องหาไอ้พวกโจรไป ชั่วโมงผ่านไปไม่เจออะไรครับ แจ้งความไปก็เท่านั้น หนังเหนิง ไม่ต้องดูกัน แถมเสียตังอีกหมื่นกว่าเพื่อซื้อโทรศัพท์ใหม่ให้แฟน ผมให้เธอเลือกครับ ซื้อก็ซื้อสีเดิม รุ่นเดิม ยี่ห้อเดิมเลย ประชดมัน สะใจดี 
นั่นแหละครับ หากคุณ ๆ ท่าน ๆ จะใช้บันไดเลื่อนล่ะก็ จงระวังครับ ระวังให้หนักด้วย หากทำได้ก็ไม่ควรยืนติดกันครับ พวกคุณอาจคุยกันจนเผลอ ให้ยืนห่างกัน คนละขั้น และคนที่ถือกระเป๋าต้องอยู่ด้านหน้าด้วย หากเป็นไปไม่ได้ก็ถือกระเป๋าสะพายไว้ด้านหน้าของตัวเองเสมอครับ ก็จะปลอดภัยครับ
เรื่องนี้ยังไม่จบง่าย ๆ ครับ ผ่านไปราวอาทิตย์กว่า คำวันหนึ่ง มีโทรศัพท์จากชายคนนึง โทรหาผม ผมประหลาดใจมากกับคำถามของชายคนนั้น (จริง ๆ ก็ประหลาดใจกับสำเนียงเหน่อ ๆ ของมันด้วย) "พี่ครับ ทำไมพี่ขายโทรศัพท์ 3250 ล่ะ ผมเห็นแล้วใหม่มาก รอยตกก็ไม่มี รอยข่วนก็ไม่มี ถามจริง พี่ทำตกน้ำหรือเปล่า?" ผมโยงเรื่องได้ในวินาทีนั้น และตอบชายคนนั้นไปว่า "ไม่ได้ทำตกหรอก ไม่ตกน้ำ ไม่มีอะไรทั้งนั้น โทรศัพท์ที่น้องใช้อยู่น่ะ พี่ใช้ได้ไม่ถึง 2 อาทิตย์ ด้วยซ้ำ" คุยกันไป สอบถามกันไป ก็ได้ความว่า ไอ้เด็กนี่มันไปซื้อโทรศัพท์มือสองที่ร้านบนห้างชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองจังหวัดระยอง!!! เค้าเห็นเบอร์โทรเข้าออกของผม และ SMS ที่ยังคงค้างอยู่ใน Log ของโทรศัพท์ (ดีนะที่ไม่ได้ถ่ายคลิปไว้) เค้าจึงโทรมาหาผม ผมจึงขอทราบชื่อร้าน รวมไปถึงเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกับเจ้าของร้าน เผื่อจะได้ตัวคนร้ายมาลงโทษ (ก่อนจากกันผมถามไอ้เด็กนั่นว่ามันซื้อที่ชาร์จกะหูฟังรึยัง ถ้ายังไม่ซื้อจะขายต่อให้ แต่มันดันซื้อแล้ว เลยอดถอนทุนคืนเลย)
ช่วงสายในวันต่อมาผมได้โทรฯไปหาเจ้าของร้านดังกล่าว (โทรไปเบอร์ร้านครับ ไม่ใช่มือถือ) มีเสียงผู้ชาย ซึ่งเป็นเจ้าของร้านรับสาย ผมก็ชี้แจงเรื่องโทรศัพท์ที่หายกับเค้าไป เจ้าของร้านจำได้ดีครับ และบอกให้ผมถือสายรอสักครู่เค้าจะตรวจสอบให้ เสียงโทรศัพท์เงียบลงไปสนิท (เค้าใช้มือปิดโทรศัพท์เอาไว้) แต่ก็มีเสียงเล็ดลอดเข้ามาพอจะจับใจความได้ว่า "ไปเรียกมันมาซิ" สักครู่ก็มีเสียงสอบถามกับผู้หญิงแต่ผมไม่ได้ยินเสียงผู้หญิงหรอก ได้ยินแต่เสียงเจ้าของร้าน เค้าพูดว่า "จะเอายังไง ว่ายังไง โทรศัพท์เครื่องเมื่อวานมีเจ้าของโทรมาตาม" ผมได้ยินชัดสุดแค่นี้ ส่วนที่ไม่ชัดก็เป็นเสียงหญิงสาว อ้อนวอน ประมาณว่า "นะ น๊า นะ" อะไรประมาณเนี้ย แล้วเจ้าของร้านก็หันมาชวนผมคุย เค้าบอกว่าเพิ่งเข้าร้านมา สมุดบันทึกการซื้อขายอยู่กับหลาน รอสักครู่นะครับ (น้ำเสียงสุภาพ และใจดีมาก) เค้าชวนผมคุย และถามผมว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน ผมตอบว่า "อยู่ระยองนี่แหละ" (ที่จริงอยู่รังสิต) น้ำเสียงเค้าตกใจเล็กน้อย ถามผมว่าได้แจ้งความไว้หรือยัง ผมตอบไป "แจ้งแล้วครับเมื่ออาทิตย์ก่อน" (ตามน้ำไป) เขาชวนคุยโน่นคุยนี่ เล่าให้ฟังว่าบ้านโดนงัด ปาล์ม และโน้ตบุ๊คของเค้าหาย แจ้งตำรวจไว้...... ตำรวจก็ไม่ตามอะไรให้ ได้แต่ลงบันทึกไว้เฉย ๆ (น่านไง ชักแหม่ง ๆแระ) ผมก็คุยไปพลาง และก็ทวงถามว่าหลานยังไม่มาอีกเหรอ เค้าตกใจนิดหน่อย และบอกผมว่า
"อ่ะ นั่น มันมาพอดี รอแป๊บนะ จะตรวจสอบให้" ไม่ถึงนาทีครับ เค้าบอกผมว่าโทรศัพท์ของคุณผมได้มากจากสายข่าวของ "หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ซึ่งอยู่แถวบ่อน แถบชายแดน และโทรศัพท์เครื่องนี้ได้มาจากนักพนันที่เล่นเสีย และเอามาแลกเงินเพื่อไปเล่นต่อ
(อันนี้ซวยเลย อย่างที่คิดไว้เป๊ะ ตามหาคนขายโทรศัพท์ ("โจร") ไม่ได้)
เป็นธรรมดาที่ผมไม่รู้ข้อมูลของพวกสายข่าวอะไรนี่ ว่ามีจริงหรือเปล่า มีของ "ไทยรัฐ" มั้ย ผมสรุปได้ทันทีเลยว่ามันชั่วครับ ชั่วครบกระบวนการ ทั้ง "จิ๊ก" ทั้ง "ซื้อของโจร"
จึงขอเตือนทุก ๆ ท่านที่ซื้อโทรศัพท์จากร้านตู้กระจก โทรศัพท์มือสอง หรือใช้บริการจากร้านพวกนี้ คุณกำลังสนับสนุน "โจร" ครับ เพราะร้านพวกนี้จะซื้อได้ถูกกว่า และขายได้กำไรแบบ 100% เลยก็มี ไม่ใช่ผมมี "อคติ" กับร้านพวกนี้นะครับ หากไม่ไว้ใจกัน ก็อย่าซื้อ หากเลี่ยงได้ก็อย่าซื้อดีกว่า เพราะร้านพวกนี้ส่วนใหญ่ (ขอย้ำว่าส่วนใหญ่) แล้วเป็นอย่างนี้กันจริง ๆ ถ้าคุณโชคดีก็ซื้อได้ของโจรมีคุณภาพ (แบบไอ้หนุ่มระยองที่ซื้อโทรศัพท์แฟนผมไป) หากคุณโชคร้ายก็เจอ "โทรศัพท์ย้อมแมว" เอาอะไหล่ปลอม อะไหล่ซ่อม มาเปลี่ยนให้ อาจถูกถอดอะไหล่แพง ๆ แผงวงจร เมนบอร์ด จอภาพ ฯลฯ ออกไปได้ ยังไง ก็ระวังไว้ครับ ทั้งบันไดเลื่อน และร้านโทรศัพท์ตู้กระจก ทางที่ดีก็ซื้อร้านที่ดี ๆ พวก Blistel, Jay Mart, Nokia shop, i-mobile อะไรที่ดูมีเกรด เทือกเนี๊ยะ ก็จะปลอดภัยครับ |